ความเคยชิน มักทำให้เราหลงลืมคุณค่า

ความเคยชิน มักทำให้เราหลงลืมคุณค่า..
ในวันที่เราคิดว่าสถาบันกษัตริย์จะคงอยู่คู่ชาติตลอดไป ทำให้เราอาจไม่ค่อยใส่ใจ “รัฐพิธีสำคัญ” ที่บ่งบอกถึงการดำรงอยู่ของสถาบันกษัตริย์ ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย
จนวันหนึ่ง ได้มีพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง เปิดหน้าพยายามล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ทำให้ประเทศสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
..
ผู้รักชาติเหมือนติดอยู่ในภวังค์ของความสงบ ทั้งไม่อยากเชื่อ ทั้งไม่รู้วิธีรับมือ ทั้งไม่กล้าออกมาต่อกร เพราะเทคโนโลยียุคใหม่ถูกนำมาใช้ปลุกปั่นกระแส และกำจัดการส่งเสียงของผู้จงรักภักดี
..
การต่อต้าน เย้ยหยัน คำหยาบคายแพร่ขยายไปทั่วแผ่นดิน ทั้งบนภาคพื้นดิน ทั้งในคลื่นอากาศ ภายใต้สัญลักษณ์ 3 นิ้ว
14 ตุลาคม 2563 รถยนต์พระที่นั่งถูกพวกสามนิ้วขัดขวาง
แม้แต่ในหลวงก็ยังทรงต้องการกำลังใจ
..
ในช่วงเวลาที่ราวกับฟ้าจะถล่ม ผู้รักสถาบันออกมาปกป้อง เขียนข้อความแก้เนื้อหาบิดเบือน ออกมาใส่เสื้อเหลืองรอรับเสด็จ โบกธง เปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” เพื่อถวายกำลังใจแด่พระมหากษัตริย์ แทนการบอกว่า
“ปวงข้าพระพุทธเจ้า ยังอยู่ตรงนี้ คอยปกป้องพระองค์และสถาบันกษัตริย์ที่คุ้มเกล้าและเป็นที่พึ่งแก่พสกนิกร อยู่ตรงนี้ แม้เสียงผู้มุ่งร้ายดูราวกับจะดังกว่า แต่ความจงรักภักดี มีพลังมากกว่า ทรงอย่าท้อแท้พระทัย สถาบันทำเพื่อชาติมามากแล้ว ขอให้ปวงประชาถวายการปกป้องรักษา อย่าทรงเสียกำลังใจ”
..
ก่อนนี้ในทุกครั้งที่มีการเปิดประชุมสภา อาจารย์เห็นภาพแล้วก็มองผ่าน แค่รู้ว่าในหลวงร.10 เสด็จไปไหน ทรงทำอะไร
ปี 2562 ทรงเปิดประชุมสภา พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งสูงสุด 136 ที่นั่ง
ปี 2566 ทรงเปิดประชุมสภา พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งสูงสุด 151 ที่นั่ง
..
ผลการเลือกตั้งปี 2569 ปรากฏเป็นครั้งแรกว่าฝ่ายสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งสูงสุด 192 ที่นั่ง และภาพนี้เองที่ตรึงอาจารย์ไว้ด้วยหลากหลายความรู้สึก ที่ไม่ใช่ความดีใจแต่เป็นความรู้สึกว่า เราเกือบจะเสียสิ่งที่มีค่าที่สุด ในฐานะพสกนิกรไทยไป
..
ในภาพ สมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเคียงคู่กับพระราชินีสุทิดา ผู้ทรงสิริโฉม ทรงประทับยืนเบื้องหน้าผู้แทนราษฎร เพื่อเปิดประชุมสภา
ผู้แทนราษฎรโค้งคำนับ พระราชินีทรงย่อถวายการต้อนรับ ภาพในพิธีถูกเผยแพร่ไปยังสื่อต่างประเทศ ให้โลกรู้ว่า สถาบันกษัตริย์ยังดำรงมั่นคงเป็นปึกแผ่นอยู่คู่ประเทศไทย
..
สำหรับส.ส.ที่ได้เข้าเฝ้าท่านอาจคิดว่า รัฐพิธีนี้เป็นไปตามระเบียบแบบแผน แต่สำหรับประเทศไทย นี่คือการแสดงให้โลกได้รับรู้ ถึงระบอบการปกครองของชาติ และจารีตประเพณีอันทรงคุณค่าของประเทศไทย
.
ขอท่านทำตามคำตรัสของในหลวง “ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชน เป็นเป้าหมายสูงสุด”
เพราะท่านมาอยู่เบื้องหน้าองค์พระประมุขในรัฐพิธีนี้ได้ ก็เพราะเสียงของประชาชน
..
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล
15 มีนาคม 2569

Leave a Comment