ผวากันทั้งหมู่บ้าน เจ้าของบ้านตกแต่งบ้านธีมไฟไหม้ รับฮาโลวีน แต่สมจริงเกิน

คู่รักชาวอเมริกัน “อแมนด้า พีเดน” และ “แซม ลี” กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในท้องถิ่น หลังจากตกแต่งบ้านต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนในแบบที่ไม่ธรรมดา และทุกปีก็ยกระดับความหลอนขึ้นอยู่เรื่อย ๆ จนล่าสุดกับธีม “บ้านไฟไหม้” ที่เหมือนจริง จนคนขับรถผ่านต้องหยุดมอง แล้วโทรแจ้งเหตุเพลิงไหม้กันแทบทุกคืน! ย้อนไปในปี 2564 ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยฉาก “เครื่องบินตก” พร้อมโครงกระดูกผู้โดยสาร และร่มชูชีพที่ห้อยจากต้นไม้ และปีต่อมาในปี 2565 พวกเขาจัดเต็มอีกครั้งกับฉาก “อุบัติเหตุรถตู้พลิกคว่ำ” โดยมีโครงกระดูกติดอยู่ภายในรถอย่างสมจริง แต่ปี 2566 กลายเป็นปีที่ทำให้พวกเขาเป็น “ตำนานฮาโลวีนประจำเมือง” เมื่อพวกเขาจัดฉาก “บ้านไฟไหม้” ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยใช้เครื่องพ่นควัน, ไฟกะพริบ และมุมกล้องที่ถูกออกแบบอย่างแนบเนียน ผลลัพธ์ที่ได้คือฉากจำลองที่ดูราวกับไฟกำลังลุกท่วมบ้านจริง ๆ จนคนทั่วไปแยกไม่ออก   ด้านรัสเซล อเล็กซานเดอร์ หัวหน้าหน่วยดับเพลิงเมืองฟาวน์เทนอินน์ เซาท์แคโรไลนา เผยว่า “เมื่อสองปีก่อนตอนที่อแมนด้าติดตั้งฉากนี้ครั้งแรก หน่วยงานของเขาได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้แทบไม่เว้นแต่ละวัน” พร้อมเสริมว่า “แม้ว่าในปีนี้ธีมตกแต่งนั้นจะเบาลง ทว่า นับตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางเราก็ยังได้รับแจ้งเหตุมาแล้วถึง 4 … Read more

ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!

‘กองทัพบก’ สดุดีกำลังพล ‘สิบเอกจิรายุส อินทุมาน’ ทหารกล้า พลีชีพปกป้องอธิปไตยไทย.   ‘กองทัพบก’ สดุดีกำลังพล ‘สิบเอกจิรายุส อินทุมาน’ ทหารกล้า พลีชีพปกป้องอธิปไตยไทย. เมื่อวันที่ 26 ก.ค. พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา กองทัพบกรับรายงานกำลังพลเสียชีวิตจากการสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เหตุปะทะที่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ เพิ่มเติม 1 นาย คือ สิบเอก จิรายุส อินทุมาน สังกัด กองพันจู่โจม กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาทของทหารกล้าเหล่านี้ให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละของท่านเหล่านี้…. เลื่อนผ่านคือใจร้ายมากสดุดีทหารกล้า สิบเอก จิรายุ อินทุมาน on ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้ายืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!

รัชกาลที่ 10 ตัดสินใจนำท่านผู้หญิง ศรีรัศมี สุวดี กลับคืนเพื่อเห็นแก่พระเจ้าทีปังกร

อย่ามองย้อนหลังชีวิตอันนี้คุณค่าตัวของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์สุวะดีป.ประบ่รัชญาย้อนไปแต่เมื่อราวต้นปี2545เชื่อว่าประชาชนชาวไทยก็ยังจำกันได้เป็นอย่างดีเมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์สยามมกุฎราชกุมารพระอิสริยยศในขณะนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะสื่อมวลชนเข้าเฝ้าเพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวของพระองค์และในคราวนั้นนับเป็นครั้งแรกที่ส่งให้สื่อมวลชนได้รู้จักกับหม่อมศรีรัตน์มหิดลณ อยุธยาการและในโอกาสที่หม่อมศรีรัตน์เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากข่าววิทยาการจัดการจากมหาวิทยาลัยจะโขทัยธรรมาธิราชขอพระองค์ทรงจัดว่าทรงอยู่กับหม่อมศรีรัตน์มาตั้งแต่ปี2536ดูดใจและศึกษากันมายาวนานและเมื่อวันที่7กุมภาพันธ์2544ได้ทรงจดทะเบียนกันอย่างเงียบเข้ารับพระราชทานน้ำสังข์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9แต่ตอนนี้เราอายุ50ปีแล้วคิดว่าควรจะเริ่มทำการปฏิบัติหน้าที่ให้สมบูรณ์โดยเฉพาะเรื่องครอบครัวอยากให้เป็นครอบครัว ที่สมบูรณ์น่ารักและถูกต้องในตาของประชาชนไม่ใช่การมหาเสียงหรือทำให้Popularแต่อยากให้ประชาชนได้สบายใจหม่อมศรีรัตน์เป็นคนมีเมตตาอ่อนโยนเป็นมิตรเข้ากับทุกคนและเข้ากับพระองค์ได้มีความเตรียมตัวก็อดทนไม่เคยให้ร้ายใครใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายสบายๆที่สำคัญมีความอบอุ่นในครอบครัวทำให้บ้านเป็นบ้านเราอยากจะสร้างครอบครัวขึ้นมาให้ดีหม่อมมีหน้าที่ดูแลเรื่องต่างๆภายในบ้านมาดูแลข้าราชบริพารรวมทั้งถวายงานสมเด็จเราใช้ชีวิตกันแบบ สบายๆไม่มีอะไรต่อไปอาจจะมีข่าวดีก็ได้และจึงจะโชคดีก็จะมีข่าวดีเมื่อระยะเวลาพันธุ์ไปไม่นานเท่าไรนักข่าวดีที่ทรงตรัสไว้ก็มาถึงจงเวลาแห่งความปลื้มปิติของปวงพสกนิกรชาวไทยก็พองโตอีกครั้งเมื่อแถลงการณ์สำนักราชวังระบุว่าหม่อมศรีรัตน์มีประสูติกาลพระโอรสองค์น้อยด้วยการผ่าตัดพระโอรสมีพระปัจจุติกาลเมื่อเวลา18:35วันศุกร์ที่29เมษายน2548ลดน้ำหนัก2680กรัมความยาวพระองค์47เป็นติเมตรรอบเรื่องเตียง3114เมตรลืมพระเนตรเวลา19:00นประเนตรโตพระนาสิก ดงแล้ววันนี้ความเพิ่มปิติของปวงประชาชนชาวไทยก็มาถึงอีกครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชaมาเหตุตลาดทิเบตกระมาธิบดีจักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราชบรมนาถบพิตรมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่าโดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชได้ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมศรีรัตน์มหิดลณอยุธยาได้ถูกต้องทุกประการและมีพระโอรสอันประสบแต่หม่อมศรีรัตน์มหิดลณอยุธยาแล้วจึงมีพระบรมราชโองการจะทำบัตรต่างให้สถาปนาหม่อมศรีรัตน์มหิดลณอยุธยาเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า ศรีรัศมิ์พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชมกุฎราชกุมารทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ตั้งแต่ปัดนี้เป็นต้นไปประกาศณวันที่15มิถุนายนปีพุทธศักราช2548เป็นปีที่60ในรัชกาลผู้รับสนองพระบรมราชโองการพันตำรวจโททักษิณชินวัตรนายกรัฐมนตรีค่ะและนี่วันเดียวกันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศฉบับที่2ว่าโดยที่ทรงพระราชดำริว่าหม่อมเจ้า4หรือวรรณวดีมหิดลพระธิดาในสมเด็จพระบรมโอ รสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์จะอย่ามาขุดพระราชกุมารบัดนี้ทรงเจริญวัยพร้อมด้วยกุดที่ผลิตชาตามารถศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติกับพระเกียรติได้เป็นอันดีเป็นที่พอพระจะฤทัยสมควรไม่รับพระมหากรุณาให้ดำรงพระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์ที่สูงขึ้นผมจึงมีพระบรมราชโองการดำรัสต่างให้สถาปนาหม่อมเจ้าสิริวัณว่าดีไม่กี่ดลเป็นพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณบดีนารีรัตน์ประราชทานพรให้ทรงวัยวัฒนายุการส่งผ่านอันจบพละปฏิภาณธนสารสมบัติกับพระศรีสวัสดิ์พิพัฒน์มงคล ทุกประการเทอญประกาศณวันที่15มิถุนายนปีพุทธศักราช2548เป็นปีที่60ในรัชกาลชื่อผู้รับสนองพระบรมราชโองการพันตำรวจโททักษิณชินวัตรนายกรัฐมนตรีและขนาดเดียวกันมีประกาศสำนักพระราชวังลงวันที่10มิถุนายนปีพุทธศักราช2548ความว่าเลขาธิการพระราชวังรับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม2ข้อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดการพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชและพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระ องค์เจ้าศรีรัศพระบ่รัชญาซึ่งประสูติเมื่อวันศุกร์ที่29เมษายนพุทธศักราช2548ตามขัตติยราชประเพณีณประที่นั่งอนันตสมาคมพระราชวังดุสิต27มิถุนายน2548อ้างจากฟ้าสูงหิวย้อนชีวิตคนทำผิดใกล้ชิดเบื้องสูงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับผลตำรวจaจุมพลมั่นหมายไม่ใช่กรณีแรกที่อดีตคนเคยใกล้ชิดเบื้องสูงถูกพบความผิดจนชะตากรรมต้องพลิกผันเพราะเป็นสิ่งที่ทั้งนายพงษ์พัฒน์ฉายาพันธุ์ครอบครัวอัครพงศ์ปรีชารวมไปถึงหมอหยองเคยเผชิญมาก่อนหน้านี้เอ่ออัครพงศ์ปรีชา ครอบครัวท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์หลังครอบครัวถูกดำเนินคดีพลตำรวจจริงท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์จุบดีก็ลาออกจากฐานันดรจากและกลับไปปฏิบัติธรรมอย่างเงียบๆที่จังหวัดราชบุรีก็สืบเนื่องจากการดำเนินคดีกับนายพงษ์พัฒน์นำไปสู่การขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดในคดีมอร์112เพิ่มเติมฝังตำรวจและพลเรือนรวมทั้งผู้ที่มีนามสกุลอัครพงศ์ปรีชาที่เป็นนามสกุลพระราชทานจำนวน6คนประกอบด้วยนายอภิรุจนางวันทนีย์นางสุดาทิพย์นายณรงค์นายณัฐพลได้นายจิตติศักดิ์สิงห์ทั้งหมดต่างเป็นคนใน ครอบครัวของคนตำรวจจริงท่านผู้หญิง4กระดาสให้หลังครอบครัวถูกดำเนินคดีในวันที่12ธันวาคม2557ราชกิจจานุเบกษาก็เผยแพร่ประกาศการลาออกจากฐานันดรจากของผลตำรวจจริงท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ก่อนเป็นกลับไปใช้งานสกุลเดิมคือสุวะดีข้อข้อความสุดท้ายที่พลตำรวจจริงท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์มีสื่อสารต่อสังคมไทยนั่นก็คือจดหมายที่ขอไปปฏิบัติธรรมอย่างเงียบในบ้านพักที่จังหวัดก็ราชบุรีได้หลังจากนั้นจะตีสูงศักดิ์ก็กลัวในที่สาธารณะอีกต่อไปล้อเล่นปี 2558การได้ตัดสินให้จำคุกสมาชิกครอบครัวคนจำนวนจริงท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์มีทั้งหมดเห้ยอัตราโทษที่แตกต่างกันไปกรณีของพ่อแม่ของคนตำรวจจริงถ้าผู้หญิงจิรัชจานชีว่ามีการแอบอ้างเบื้องสูงไปข่มขู่คู่กรณีส่วนนางสุดาทิพย์สารทีว่าเป็นผู้กำหนดเมนูอาหารในลักษณะผูกขาดในวังศุโขทัยแต่เมื่อกระทำผิดมักแอบอ้างเบื้องสูงให้จำคุกคนละ2ปี6เดือนขนาดที่ใดณรงค์นายณัฏฐพลเรือนนายสิตะจานชีว่ามีการใช้ปืนขู่บังคับผู้เสียหายให้ไปเจรจาลด หนี้ให้จำคุกคนละ5ปี6เดือนชื่อเล่นในภาพของคุณศรีรัตน์ปัจจุบันพบเมื่อเมษายนปี2564หม่อมศรีรัตน์จุบดีเข้าแถวซื้อสิ่งจำเผยก็ได้ในหมู่คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งบางกลิ่นยันว่าเป็นท่านจริงแต่บางก็ว่ามีไทยเพราะหูไม่เหมือนกันรูปภาพสีขาวเข้าแถวซื้อสิ่งต่ำชุดนี้เผยประเทศในหมวกคนเสื้อแดงส่วนหนึ่งตัวเหมือนจะเผยแพร่โดยคุณสุนัยเป็นภาพของคนศรีรัศมิ์สุวะดีดูอยู่หลายเที่ยวก็ไม่อัดฟันธงลงไปได้ดูแล้วเหมือนศรีรัศมิ์ไหมผู้เล่นมีผู้สันทัดกรณีในท้องที่หาดใหญ่ มีหลายคนยืนยันอีกว่าภาพเหล่านั้นใช่แน่ในใบหูดูบิดเบี้ยว1ประสยรัฐจากหน้ากากอนามัยมัดไว้ถ้าดูจากอีกโลกที่1ข้ามถนนจะเห็นใบหูข้างเดียวกันยาวเหยียดแอบเดียวกันในรูปเมื่อครั้งสงศักดิ์ThePastอกของป้อมอธิบายน่าจะใช่นะคะท่านมากับคุณกอล์ฟซึ่งคุณกอล์ฟไปหาเพื่อนที่สตูลควนกาหลงเมื่อ8เมษายนน่าจะแวะมาเที่ยวหาดใหญ่10เมษาค่ะมีแต่ไม่เท่านั้นอย่างเราเพิ่มเติมได้ว่าแต่เตี้ยมเป็นภาษาแต้จิ๋วติ่มซำเป็นกวางตุ้งมาจากคำภาษาเขียนและ ร้านโชคดีเป็นร้านดังของหาดใหญ่ขายมานานมีหลายห้องรับลูกค้าได้เยอะอย่ามองย้อนหลังชีวิตอันนี้คุณค่าของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์สุวะดีมีพระบ่รัชญาย้อนไปเมื่อราวต้นปี2545เชื่อว่าประชาชน

ข่าวเศร้า!!วงการบันเทิงเศร้า ปิดตำนานพระเอกรุ่นใหญ่ เสียชีวิตอย่างสงบ

วงการบันเทิงเศร้า ปิดตำนานพระเอกรุ่นใหญ่ นาท ภูวนัย เสียชีวิตอย่างสงบ 16 ต.ค. 2568 เวลา 13:34 น. ปิดตำนานพระเอกรุ่นใหญ่ นายอุดมพร คชหิรัญ หรือ นาท ภูวนัย เสียชีวิตอย่างสงบหลังเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สิริอายุ 79 ปี หลังเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลมาหลายเดือนจากอาการน้ำท่วมปอด โดยลูกสาว ตู่ จารุศิริ โพสต์แจ้งข่าวเศร้า  

ข่าวเศร้า!!วงการบันเทิงเศร้า ปิดตำนานพระเอกรุ่นใหญ่ เสียชีวิตอย่างสงบ

วงการบันเทิงเศร้า ปิดตำนานพระเอกรุ่นใหญ่ นาท ภูวนัย เสียชีวิตอย่างสงบ 16 ต.ค. 2568 เวลา 13:34 น. ปิดตำนานพระเอกรุ่นใหญ่ นายอุดมพร คชหิรัญ หรือ นาท ภูวนัย เสียชีวิตอย่างสงบหลังเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สิริอายุ 79 ปี หลังเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลมาหลายเดือนจากอาการน้ำท่วมปอด โดยลูกสาว ตู่ จารุศิริ โพสต์แจ้งข่าวเศร้า    

เปิดสาเหตุ 7 ชีวิต หนีออกมาจากบ้านไม่ได้ หลังเกิดเหตุไฟไหม้

เรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจใครหลายๆ คน หลังไฟไหม้ครั้งใหญ่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ระยอง สร้างความสูญเสียอย่างหนัก บ้านเรือนหลายหลังถูกเพลิงเผาวอด และมีผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ โดยบ้านต้นเพลิงประกอบอาชีพรับจ้างทำอาหารส่งโรงงาน ทำให้มีถังแก๊สจำนวนมากตั้งอยู่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไฟลุกลามรุนแรง เพื่อนบ้านเล่าว่า คืนก่อนเกิดเหตุมีญาติของเจ้าของบ้านมาเยี่ยม จึงได้ตั้งเตาย่างบาร์บีคิวรับประทานกัน เมื่อถึงเที่ยงคืนเธอกลับเข้าบ้านของตัวเอง กระทั่งเวลาตี 2 ได้รับข่าวร้ายว่าไฟไหม้เกิดขึ้นแล้ว ทั้งยังระบุว่าเจ้าของบ้านเคยบ่นเรื่องถังแก๊สรั่วและไฟฟ้าลัดวงจรเป็นประจำ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ต้นเพลิงมาจากชั้นล่างของบ้าน ก่อนจะลุกลามขึ้นชั้นสองอย่างรวดเร็ว ผู้ที่พักอาศัยอยู่ด้านบนไม่สามารถหนีออกมาได้ เนื่องจากถูกควันและไฟปิดล้อมทั้งหมด ส่งผลให้เสียชีวิตรวม 7 รายในครั้งนี้ หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและทีมแพทย์นิติเวชเข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าของญาติและเพื่อนบ้าน ขณะที่เพื่อนของหนึ่งในผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยในโลกออนไลน์ ทำให้มีผู้คนร่วมแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก

สว.อังคณา พูดแล้ว หลังโดนดราม่าคนไทยถล่ม และจะมีการล่ารายชื่อถอดถอนจาก สว.

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2568 นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิก วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีนายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กมองว่า การเปิดซาวด์ผีไม่ผิด และไม่ครบองค์ประกอบการทรมาน ตามกฎหมายไทย และกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมจวก ตัวเป็นไทย แต่ใจเป็นเขมร นั้น นางอังคณา ได้มีการออกมาตอบโต้ถึงประเด็นดังกล่าวว่าอยากจะแนะนำให้ลองไปอ่านรายงานของผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติ ด้านการต่อต้านการทรมาน ที่ได้ทำรายงาน วิจัยศึกษาเอาไว้เรื่องการทรมานทางจิตวิทยา ที่ระบุไว้ว่าการทำให้เหยื่อสูญเสียอำนาจ หรือการทำอะไรไม่ได้เลย อยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถหนีไปจากสภาพนั้นได้ เพื่อให้สิ่งนั้น ยุติลงได้ หรือเป็นการกระทำที่ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญและเป็นความตั้งใจที่ต้องการให้เกิดขึ้น จนทำให้เกิดความกดดันในจิตใจซึ่งทั้งหมดนี้มีหลักเกณฑ์อยู่ ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชาจึงได้หยิบยกเรื่องดังกล่าว ร้องเรียนไปยังข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยส่วนตัวก็ทำงานด้านนี้มาโดยตลอด และได้อ่านรายงานฉบับดังกล่าวแล้ว จึงได้ตั้งคำถามว่า เป็นการเข้าข่ายด้านสิทธิมนุษยชนหรือไม่ และเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ก็ต้องไปชี้แจงในเวทีระหว่างประเทศ ส่วนที่มาบอกว่า คนไทยใจเขมร มองว่า ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่สิ่งที่ตนทำไปคือความปรารถนาดีต่อประเทศไทย เพราะตนเองก็เป็นคนไทยที่รักชาติ ไม่น้อยไปกว่าใคร แต่เลือกที่จะเตือน และกล้าที่จะเตือน ในสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่นว่า ถูกต้อง และไม่อยากให้ประเทศไทยเสียหน้าในเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่ช่วงที่ผ่านมาโดนดราม่าถล่ม และจะมีการล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนออกจาก สว.นั้น … Read more

เปิดสาเหตุ 7 ชีวิต หนีออกมาจากบ้านไม่ได้ หลังเกิดเหตุไฟไหม้

เรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจใครหลายๆ คน หลังไฟไหม้ครั้งใหญ่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ระยอง สร้างความสูญเสียอย่างหนัก บ้านเรือนหลายหลังถูกเพลิงเผาวอด และมีผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ โดยบ้านต้นเพลิงประกอบอาชีพรับจ้างทำอาหารส่งโรงงาน ทำให้มีถังแก๊สจำนวนมากตั้งอยู่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไฟลุกลามรุนแรง เพื่อนบ้านเล่าว่า คืนก่อนเกิดเหตุมีญาติของเจ้าของบ้านมาเยี่ยม จึงได้ตั้งเตาย่างบาร์บีคิวรับประทานกัน เมื่อถึงเที่ยงคืนเธอกลับเข้าบ้านของตัวเอง กระทั่งเวลาตี 2 ได้รับข่าวร้ายว่าไฟไหม้เกิดขึ้นแล้ว ทั้งยังระบุว่าเจ้าของบ้านเคยบ่นเรื่องถังแก๊สรั่วและไฟฟ้าลัดวงจรเป็นประจำ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ต้นเพลิงมาจากชั้นล่างของบ้าน ก่อนจะลุกลามขึ้นชั้นสองอย่างรวดเร็ว ผู้ที่พักอาศัยอยู่ด้านบนไม่สามารถหนีออกมาได้ เนื่องจากถูกควันและไฟปิดล้อมทั้งหมด ส่งผลให้เสียชีวิตรวม 7 รายในครั้งนี้ หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและทีมแพทย์นิติเวชเข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าของญาติและเพื่อนบ้าน ขณะที่เพื่อนของหนึ่งในผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยในโลกออนไลน์ ทำให้มีผู้คนร่วมแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก

สว.อังคณา พูดแล้ว หลังโดนดราม่าคนไทยถล่ม และจะมีการล่ารายชื่อถอดถอนจาก สว.

นางอังคณา ได้มีการออกมาตอบโต้ถึงประเด็นดังกล่าวว่าอยากจะแนะนำให้ลองไปอ่านรายงานของผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติ ด้านการต่อต้านการทรมาน ที่ได้ทำรายงาน วิจัยศึกษาเอาไว้เรื่องการทรมานทางจิตวิทยา ที่ระบุไว้ว่าการทำให้เหยื่อสูญเสียอำนาจ หรือการทำอะไรไม่ได้เลย อยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถหนีไปจากสภาพนั้นได้ เพื่อให้สิ่งนั้น ยุติลงได้ หรือเป็นการกระทำที่ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญและเป็นความตั้งใจที่ต้องการให้เกิดขึ้น จนทำให้เกิดความกดดันในจิตใจซึ่งทั้งหมดนี้มีหลักเกณฑ์อยู่ ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชาจึงได้หยิบยกเรื่องดังกล่าว ร้องเรียนไปยังข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยส่วนตัวก็ทำงานด้านนี้มาโดยตลอด และได้อ่านรายงานฉบับดังกล่าวแล้ว จึงได้ตั้งคำถามว่า เป็นการเข้าข่ายด้านสิทธิมนุษยชนหรือไม่ และเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ก็ต้องไปชี้แจงในเวทีระหว่างประเทศ ส่วนที่มาบอกว่า คนไทยใจเขมร มองว่า ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่สิ่งที่ตนทำไปคือความปรารถนาดีต่อประเทศไทย เพราะตนเองก็เป็นคนไทยที่รักชาติ ไม่น้อยไปกว่าใคร แต่เลือกที่จะเตือน และกล้าที่จะเตือน ในสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่นว่า ถูกต้อง และไม่อยากให้ประเทศไทยเสียหน้าในเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่ช่วงที่ผ่านมาโดนดราม่าถล่ม และจะมีการล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนออกจาก สว.นั้น นางอังคณา ยืนยันว่า เรื่องล่ารายชื่อถอดถอน สว. ไม่สามารถทำได้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญไม่เปิดช่องให้แต่ว่าช่วงนี้อยู่ในช่วงเวลากำลังจะแก้ไข รัฐธรรมนูญ ก็ขอให้ช่วยกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากอยากจะได้อะไรก็เสนอกันมา ถามว่า ท้อหรือไม่ ก็ธรรมดา เพราะคนทำงานสิทธิมนุษยชน ทั่วโลก ก็จะเจอปัญหาแบบนี้ เพราะเราต้องมีคนที่กล้าที่จะออกมาเตือนตรง ๆ ซึ่งส่วนตัวไม่อยากให้ประเทศไทยไปเจอ กับคำถามอะไรบ้า ๆ … Read more

สว.อังคณา พูดแล้ว หลังโดนดราม่าคนไทยถล่ม และจะมีการล่ารายชื่อถอดถอนจาก สว.

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2568 นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีนายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กมองว่า การเปิดซาวด์ผี ไม่ผิด และไม่ครบองค์ประกอบการทรมาน ตามกฎหมายไทย และกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมจวก ตัวเป็นไทย แต่ใจเป็นเขมร นั้น นางอังคณา ได้มีการออกมาตอบโต้ถึงประเด็นดังกล่าวว่า อยากจะแนะนำให้ลองไปอ่านรายงานของผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติ ด้านการต่อต้านการทรมาน ที่ได้ทำรายงานวิจัยศึกษาเอาไว้ เรื่องการทรมานทางจิตวิทยา ที่ระบุไว้ว่า การทำให้เหยื่อสูญเสียอำนาจ หรือการทำอะไรไม่ได้เลย อยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถหนีไปจากสภาพนั้นได้ เพื่อให้สิ่งนั้นยุติลงได้ หรือเป็นการกระทำที่ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ และเป็นความตั้งใจที่ต้องการให้เกิดขึ้น จนทำให้เกิดความกดดันในจิตใจ ซึ่งทั้งหมดนี้มีหลักเกณฑ์อยู่ ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชาจึงได้หยิบยกเรื่องดังกล่าว ร้องเรียนไปยังข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยส่วนตัวก็ทำงานด้านนี้มาโดยตลอด และได้อ่านรายงานฉบับดังกล่าวแล้ว จึงได้ตั้งคำถามว่า เป็นการเข้าข่ายด้านสิทธิมนุษยชนหรือไม่ และเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ก็ต้องไปชี้แจงในเวทีระหว่างประเทศ ส่วนที่มาบอกว่า คนไทยใจเขมร มองว่า ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่สิ่งที่ตนทำไปคือความปรารถนาดีต่อประเทศไทย เพราะตนเองก็เป็นคนไทยที่รักชาติ ไม่น้อยไปกว่าใคร แต่เลือกที่จะเตือน และกล้าที่จะเตือน ในสิ่งที่ตนเองเชื่อมั่นว่า ถูกต้อง และไม่อยากให้ประเทศไทยเสียหน้าในเวทีระหว่างประเทศ … Read more