โดยภาพรวมประเทศไทยตอนบนถูกปกคลุมด้วยความกดอากาศต่ำจากความร้อน ส่งผลให้หลายพื้นที่อุณหภูมิพุ่งสูงแตะ 40 องศาฯ ขึ้นไป ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อน ทำให้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นเป็นบางแห่ง กระทั่งวันที่ 16 เม.ย. สภาพอากาศจะเริ่มแปรปรวนมากขึ้น จากอิทธิพลมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปะทะกับอากาศร้อน
ภาคเหนือ
ช่วง 10 – 11 เม.ย. อากาศร้อนถึงร้อนจัด มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง จากนั้น 12 – 16 เม.ย. ยังร้อนต่อเนื่อง อุณหภูมิสูงสุด 37 – 42 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ร้อนถึงร้อนจัดเกือบตลอดช่วง ก่อนวันที่ 16 เม.ย. มีโอกาสเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยเฉพาะตอนล่าง อุณหภูมิสูงสุดแตะ 42 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
ร้อนจัดบางแห่ง มีฝนฟ้าคะนองกระจาย โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกของภาค อุณหภูมิสูงสุด 37 – 42 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
อากาศร้อนถึงร้อนจัด มีฝนบางแห่ง และช่วง 16 เม.ย. มีลมกระโชกแรงเพิ่มขึ้น ทะเลคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้
ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกยังมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อย อากาศร้อนในตอนกลางวัน คลื่นลมทะเลอ่อน
กรุงเทพและปริมณฑล
อากาศร้อนต่อเนื่องตลอดช่วง อุณหภูมิสูงสุด 36 – 41 องศาเซลเซียส และวันที่ 16 เม.ย. มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่
ข้อควรระวัง ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน เนื่องจากอากาศร้อนจัด เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากความร้อน และควรระวังพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมถึงลูกเห็บตกในบางพื้นที่ ขณะที่ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วงดังกล่าว